Sunday, May 28, 2017

Laos Connect: A New Business Opportunity 4.0


เสวนา Cambodia Connect:A New Business Opportunity 4.0                            เปิดโอกาสเศรษฐกิจใหม่ เชื่อมโยงตลาดกัมพูชาในยุค 4.0                    พุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ห้องชฎาแกรนด์บอลรูม โรงแรมบางกอกชฎา


ประธานในพิธี นายมาตยวงศ์ อมาตยกุล 
                      นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

รัฐบาลไทยมีนโยบายขยายความสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนกับประเทศต่างๆ ในรูปแบบของพันธมิตรทางการค้า (Strategic Partnership) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพและมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงอย่างต่อเนื่อง โดยการค้าระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มประเทศ CLMV ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2555-2559) ขยายตัวเฉลี่ยสูงถึง 7.76% ต่อปี และไทยมีการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศนี้ประมาณ 10% ของการส่งออกทั้งหมด สำหรับประเทศ สปป.ลาว นั้น มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 6.9 ซึ่งสูงเป็นอันดับสองของอาเซียนรองจากเมียนมา ในปี 2559 มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทย-สปป.ลาวคิดเป็น 5,871.22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีมูลค่าการส่งออกถึง 3,994.17 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออก 5 อันดับแรกของไทยไปยัง สปป.ลาว ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าปศุสัตว์อื่นๆ เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว ประเทศ สปป.ลาว อยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจฉบับที่ 8 ซึ่งมีการตั้งเป้าพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากการเป็นประเทศด้อยพัฒนาภายในปี 2563 และเป็น Battery of Asia โดยมีการเพิ่มกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในประเทศและส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจลาวในปัจจุบัน คือ ธุรกิจด้านเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ธุรกิจบริการการท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ นอกจากนี้ สปป.ลาว ยังมีนโยบายเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้นและส่งเสริมการลงทุนใน 9 สาขา คือ อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง การเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โรงพยาบาล การลงทุน การบริการด้านสาธารณูปโภค ธนาคารและสถาบันการเงิน และศูนย์การค้าสมัยใหม่ พร้อมทั้งให้สิทธิพิเศษด้านภาษีเพิ่มเติมในการลงทุนด้านการเกษตร อุตสาหกรรม การศึกษาและโรงพยาบาล รวมทั้งมีนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเข้าสู่ธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในหลวงพระบาง เพื่อสร้างรายได้ให้แก่คนในประเทศเพิ่มมากขึ้น จึงถือเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวธุรกิจบริการต่างๆ ของไทย ที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจดังกล่าวใน สปป.ลาว โดยสิ่งสำคัญสำหรับการลงทุนทำธุรกิจใน สปป.ลาว ของผู้ประกอบการไทย คือ การศึกษาข้อมูลด้านกฎหมายกฎระเบียบและข้อห้ามต่างๆ ของ สปป.ลาว รวมไปถึงการหาพันธมิตรท้องถิ่นที่มีประสบการณ์ในการร่วมดำเนินธุรกิจ 


กำรบรรยำย  “โอกาสและทิศทำงกำรค้ำกำรลงทุนไทยในตลาดลาวภำยหลังการเปิด AEC”
วิทยากรโดย  คุณเกษมสันต์ วีระกุล นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญ AEC





การเสวนำ “รุกตลาดลาวอย่างไร ให้มีชัยในยุค 4.0
วิทยำกร
-  คุณดิศรณ์ มาริษชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ขนมแม่เอย-เปี๊ยะแอนด์พาย (2003) จำกัด
- - คุณกริชรัตน์ ก้อนเทียน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักกฎหมายแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

- - คุณกิตติพันธ์ อาชาปราโมทย์ Vice President-Trading 
                                                       บริษัท ยิบอินซอยและแยคส์ จำกัด 
     ดำเนินรายการ โดย นางสาวสุภาวดี เวศยพิรุฬห์





Myanmar Connect: A New Business Opportunity 4.0


เสวนา Myanma Connect:A New Business Opportunity 4.0                            เปิดโอกาสเศรษฐกิจใหม่ เชื่อมโยงตลาดเมียนมาร์ในยุค 4.0                16 มีนาคม 2560 ณ ห้องชฎาแกรนด์บอลรูม โรงแรมบางกอกชฎา


ประธานในพิธี นายมาตยวงศ์ อมาตยกุล 
                      นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

 เมียนมามีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 7.8 ต่อปี และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 7 ของไทยในอาเซียน โดยในปี 2559 ไทยส่งออกไปเมียนมามีมูลค่าสูงถึง 4,175 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออก 5 อันดับแรกของไทยไปยังเมียนมา ได้แก่ เครื่องดื่ม น้ำตาลทราย น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และเคมีภัณฑ์ เมียนมาเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางการค้ากับไทยสูงมากเนื่องจากภาคการผลิตยังมีประสิทธิภาพไม่มากนักและพึ่งพา การนำเข้าเป็นส่วนใหญ่ ชาวเมียนมามองสินค้าไทยว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ รูปลักษณ์สวยงามและทันสมัยเมื่อเทียบกับสินค้าจากจีน และเวียดนาม และจัดเป็นสินค้าระดับบนซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และบุคลิกให้แก่ผู้ใช้ สินค้าไทยจึงเป็นสินค้าลำดับต้นๆ ที่ครองใจผู้บริโภคชาวเมียนมามาได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ การที่เมียนมาและไทยมีการพัฒนาพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ ที่เกี่ยวข้องทางการค้าและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ Strategic Partnership ที่มุ่งใช้เมียนมาเป็นประตูสู่อินเดียและเอเชียใต้ ก็จะเป็นการสร้างโอกาสทางการค้าการลงทุนในเมียนมาทั้งในด้านสินค้าและบริการให้แก่ผู้ประกอบการไทยเพิ่มขึ้นในระยะยาวอีกด้วย ผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าไปลงทุนหรือทำการค้าในเมียนมาควรเตรียมความพร้อมและปรับตัวเชิงรุก โดยการศึกษาข้อมูลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลตลาดเชิงลึก การเข้าใจกับพฤติกรรมผู้บริโภคท้องถิ่น การปรับกลยุทธ์การตลาด การสร้างมูลค่าเพิ่มและความหลากหลายให้กับสินค้าและบริการควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานและคุณภาพสินค้าให้เหมาะสมตรงกับความต้องการของตลาด ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากกฎหมาย กฎระเบียบและนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐในด้านต่างๆ ควบคู่กันไป เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการแข่งขันภายใต้การรวมตัวของ AEC 


กำรบรรยำย  “โอกาสและทิศทำงกำรค้ำกำรลงทุนไทยในตลำดเมียนมาร์ภำยหลังการเปิด AEC”

วิทยากรโดย  คุณเกษมสันต์ วีระกุล นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญ AEC

กำรเสวนำ “รุกตลาดเมียนมาร์อย่างไร ให้มีชัยในยุค 4.0
วิทยำกร
- คุณกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ 
  กรรมการผู้จัดการ บริษัท สากลธุรกิจเลิศรวมมิตร จํากัด 
  และประธานกรรมการ บริษัท อี ยู ไอ เมียนมาร์ จํากัด
- คุณกัญญาณกร เสารัมณี 
  ผู้จัดการทั่วไป 
  บริษัท เบทเตอร์เวย์ (เมียนมาร์) จำกัด

- คุณศิวรักษ์ น้อยอ่ำ 
  อดีตรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจแฟรนไซส์ต่างประเทศ 
  บริษัท อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด 


                                          

ดำเนินรายการ โดย สุภาวดี เวศยพิรุฬห์












Cambodia Connect: A New Business Opportunity 4.0

เสวนา Cambodia Connect:A New Business Opportunity 4.0      เปิดโอกาสเศรษฐกิจใหม่ เชื่อมโยงตลาดกัมพูชาในยุค 4.0                    พุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ห้องชฎาแกรนด์บอลรูม โรงแรมบางกอกชฎา /span>

ประธานในพิธี นายมาตยวงศ์ อมาตยกุล 

                      นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ



การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยที่ผ่านมาพึ่งพาการส่งออกในสัดส่วนค่อนข้างสูง คือ ประมาณร้อยละ 70.2 ของ GDP โดยตลาดส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ กลุ่มประเทศอาเซียน 24.7% จีน 11.7% ญี่ปุ่น 10.2% ขณะที่สหรัฐฯและยุโรปซึ่งเคยเป็นตลาดสำคัญในอดีต ปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 10% และ 9.5% ตามลำดับ ทั้งนี้การส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประชากรซึ่งรวมกันมีจำนวน 137 ล้านคนนั้น มีกำลังซื้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และสินค้าส่วนหนึ่งถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภคทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยในปี 2559 มูลค่าการส่งออกไทยไปยังตลาด CLMV มีมูลค่าถึง 22,257 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้นการเข้าถึงตลาดการค้าและการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV จึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการส่งเสริมบทบาทการค้าและการลงทุนของประเทศไทย” “กัมพูชา เป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนโดยภาคอุตสาหกรรม การบริการ และเกษตรกรรม โดยมูลค่าการส่งออกของไทยไปยังกัมพูชาในปี 2559 มีมูลค่าถึง 4,659 ล้านเหรียญสหรัฐ กัมพูชามีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคทุกประเภทในปริมาณสูง เนื่องจากไม่สามารถผลิตได้เพียงพอและต้องนำเข้าสินค้าหลายอย่าง นอกจากนี้ กัมพูชาอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกสู่ความเป็นเมือง ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างเป็นที่ต้องการ จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปทำการค้า การลงทุน ทั้งเมืองหลักอย่างพนมเปญ หรือเมืองรองที่มีศักยภาพ อาทิ เสียมเรียบ และสีหนุวิลล์ โดยเมืองรอง ทั้งสองเมืองของกัมพูชา ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ และมีความต้องการสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมาก อาทิ กลุ่มสินค้าสุขภาพและความงาม และกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้นกิจกรรม Cambodia Connect ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก วิทยากร และผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการค้าในตลาดกัมพูชามาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ภูมิความรู้ ให้แก่ผู้ประกอบการ ทั้งในด้านการทำตลาด กลยุทธ์ธุรกิจ และการดำเนินการด้านกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงเคล็ดลับการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในตลาดกัมพูชาภายหลังการเปิด AEC 

กำรบรรยำย  “โอกาสและทิศทำงกำรค้ำกำรลงทุนไทยในตลำดกัมพูชำภำยหลังการเปิด AEC”
วิทยากรโดย  คุณเกษมสันต์ วีระกุล นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญ AEC


กำรเสวนำ “รุกตลำดกัมพูชำอย่างไร ให้มีชัยในยุค 4.0
วิทยำกร
- ดร.ณรงค์ ศรีเกรียงทอง 
  รองกรรมการผู้จัดการ  บริษัท โมเดิรน์คาส อินเตอร์เนชั่นแนล คอสเมติคส์ จำกัด
  ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำสีผมและดูแลเส้นผม ยี่ห้อดีแคส (DCASH)
- คุณวิทูร ศุภประกฤต ที่ปรึกษาอิสระ ผู้เชี่ยวชาญตลาดกัมพูชา
- ดร.บุญเกื้อ ตั้งศรีตระกูล ประธานบริหาร Southeast International Institute
                                              และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจไทยในกัมพูชา
       
ดำเนินรายการโดย นางสาวสึภาวดี เวศยพิรุฬห์